หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post แชร์ลิ้ง
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 

Page ของ บี โอ วาย Chat

ลาก่อนปี2563 เริ่มต้นใหม่กับปี2564 มันต้องดีกว่าเดิม
เป็นสมาชิกมาแล้ว 4 ปี
กรวดน้ำรวบรวมคนถูกรางวัลที่1 งวด 1พ.ย.2562
บี โอ วาย
อยู่ที่เราเลือกมอง..

คนลำบากกว่าเราก็มี
คนสบายกว่าเราก็มี

บางคนหน้าตาดี แต่อาภัพรัก
บางคนมีความรักที่ดี แต่สุขภาพไม่ดี

บางคนหน้าที่การงานดี
แต่ครอบครัวขาดความอบอุ่น

หรือบางคนมีครอบครัวที่อบอุ่น แถมร่ำรวยเงินทอง
แต่กลับไม่ได้ทำอะไรๆ ในสิ่งที่ตนหลงใหล
ไม่ได้เลี้ยงชีวิตอยู่กับอาชีพในฝันของตัว

หรือบางคนได้ทำงานที่ตนสนุกและถนัด
มีชื่อเสียงโด่งดัง ประสบความสำเร็จ
ซ้ำยังมีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น
แต่สุขภาพกลับย่ำแย่ สามวันดีสี่วันไข้

หรือบางคนมีทุกอย่าง
แต่จู่ๆกลับต้องสูญเสียคนที่รัก
เสียคนที่รักไป... อย่างไม่มีวันกลับ
อย่างนี้ก็มีให้เห็น ให้เรารับรู้กันบ่อยๆ

เห็นได้ชัดว่า...
ไม่มีใครได้ทุกอย่าง
ทุกคนดีบางเรื่อง และเสียบางเรื่อง

หากเรามัวแต่มองข้อดีของคนอื่น
แล้วเพ่งจองในส่วนขาดของตัว
ทำอย่างนี้ ความรู้สึกท้อแท้
น้อยเนื้อต่ำใจก็คงเกิดขึ้น

ในทางตรงกันข้าม...
หากเราเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตนเองมีอยู่
พร้อมรู้จักชื่นชมสิ่งดีๆในชีวิตของผู้อื่น
ทำแบบนี้ชีวิตย่อมเต็มไปด้วยความหวัง

ทุกอย่างอยู่ที่เรามอง
เราจะมองอย่างไรก็ได้

มองสิ่งที่ขาด
หรือมองสิ่งที่มี

มองอย่างเข้าใจ
หรือมองอย่างคนที่เอาแต่ใจตัว

เรามองอย่างไร
โลกของเราก็เป็นอย่างนั้น

ชีวิตที่ดีมิได้เริ่มต้นที่อะไรไกลตัว
เริ่มต้นใกล้ๆ ง่ายๆ
...จงรู้สึกดีกับชีวิตของตนเอง...

จาก : พศิน อินทรวงค์
7D
LIKE: mommam16
บี โอ วาย
พระพุทธเจ้าทรงสอนให้พิจารณาว่า สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของๆ ตน ไม่ว่าจะทำกรรมอันใดไว้ ดีหรือชั่ว จะต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น ถ้าต้องตายไปก่อนเวลาที่ควร ก็เป็นเพราะวิบากกรรม ทำบุญมาเพียงเท่านี้ ก็อยู่ได้เพียงเท่านี้ จะให้อยู่เกินบุญที่ทำไว้ไม่ได้ เหมือนกับเติมน้ำมันรถครึ่งถัง ก็จะไปได้ไม่ไกล เท่ากับเติมเต็มถัง

คนเราก็เช่นเดียวกัน มีความแตกต่างกัน มีอายุสั้นยาวต่างกัน มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนต่างกัน มีอาการ 32 ไม่เท่ากัน เพราะทำบุญกรรมมาต่างกัน ละเว้นจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตได้มากน้อยเพียงไร ถ้าละได้มากอายุก็ยืนยาวนาน โรคภัยไข้เจ็บไม่เบียดเบียนมาก มีอาการ 32 ครบถ้วนบริบูรณ์

นี่คือสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอน ให้เราพิจารณาอยู่เสมอ เวลามีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเราก็ดี กับคนที่เรารักก็ดี จะได้ทำใจได้ ไม่เศร้าโศกเสียใจ เพราะไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้น ไม่ได้ทำให้คนที่ตายไปแล้วฟื้นขึ้นมา ไม่ได้ทำให้เราสบายใจ แต่จะทำให้จิตของเราว้าวุ่นขุ่นมัว กินไม่ได้นอนไม่หลับไปเปล่าๆ ไม่เกิดประโยชน์อะไร

จึงต้องดูแลรักษาใจเป็นหลัก คนอื่นเราก็ดูแลไปด้วย แต่ต้องไม่ลืมมองใจของเรา บางทีเราห่วงคนอื่นมากจนลืมใจของเราไป ห่วงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ อย่างนี้ไม่ถูก เป็นการสร้างความทุกข์ให้กับตนเอง เป็นอกุศล เป็นความไม่ฉลาด คนที่ฉลาดจะต้องรู้จักรักษาใจของตนด้วย ในขณะที่ดูแลรักษาผู้อื่น ช่วยอะไรได้ ก็ช่วยไป ช่วยไม่ได้ ก็ต้องปล่อยไปตามบุญตามกรรม จะมาเศร้าโศกเสียใจก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร

นี่คือปัญญา ที่พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เจริญอยู่เรื่อยๆ จะได้ไม่ลืม ถ้ายังคิดอยากจะอยู่ไปนานๆ ไม่อยากแก่ ไม่อยากเจ็บ ไม่อยากตายอยู่ แสดงว่า ยังไม่มีปัญญา ยังไม่ได้พิจารณา ตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอน ลองถามตัวเราว่า พร้อมที่จะเจอกับ ความแก่หรือไม่ พร้อมที่จะเจอกับความเจ็บไข้ได้ป่วยหรือไม่ พร้อมที่จะเจอกับความตายหรือไม่ ถ้ายังไม่พร้อมแสดงว่า ยังสอนใจไม่มากพอ

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
7D

Hot Topic ที่กำลังได้รับความนิยม

ด้วงนักล่าอีโพมิสสุดโหด ดุตั้งแต่ตัวอ่อนเลยทีเดียว ล่ากบเป็นอาหาร!
จ่าฝูง หมาจรจัด
ขบวนอัญเชิญอัฐิ พลเอกเปรม ถึงหาดใหญ่แล้ว
เจ๊อย่าวีน
บี โอ วาย
จำไว้นะลูก ทำดีได้แต่อย่าเด่น.. ไม่งั้นจะเป็นภัย
-----------------------
1. มีนักปราชญ์บอกว่า “ทำดีได้ แต่อย่าเด่น จะเป็นภัย” คุณทำดีได้ แต่อย่าทำตัวเด่น เพราะ บนโลกนี้ไม่มีใครอยากน้อยหน้าใคร ดีแล้วเด่น มีแต่คนจ้องอิจฉา

2. โลกนี้ไม่มีใครเก่งกว่าใครหรอก มีแต่คนที่คิดว่าตัวเองแน่…!! แต่เราไม่ควรคิดว่าตัวเองเจ๋ง…!! อย่าคิดว่าตัวเองดีเลิศกว่าใครๆ หากคุณคิดว่ามีแต่คนที่ด้อยกว่า อย่าลืมว่าที่เด่นกว่าคุณก็มีเยอะแยะ เพลาๆลมลงบ้างนะ อย่าเบ่งให้มันมากนัก

3. อายุปานนี้ต้องเข้าใจว่า อย่าแข่งขันกันที่ความงามบนใบหน้า แต่จงแข่งกันที่ความดี อย่าเปรียบกันที่ความมั่งมี สุขภาพต่างหากที่ต้องใส่ใจ อย่าแก่งแย่งยศฐาอำนาจ เวทีชีวิตมีขึ้นมีลง หากมีความสามารถก็แสดงออกเมื่อถึงเวลา แต่อย่าแสดงทุกเวลา

4. อย่าหวังว่าคนอื่นต้องหยิบยื่นความสะดวกให้ อย่าหวังว่าต้องได้รับความเห็นอกเห็นใจจากใครๆ อายุไม่น้อยแล้ว ทำตัวให้เขาเคารพ อย่าทำตัวให้เขาสมเพช หากอยากให้คนอื่นยอมรับและยกย่อง ก็ต้องทำตัวเองให้มีคุณค่าพอที่ผู้คนจะยกย่อง

5. ระหว่างชีวิตคู่ เพื่อน บุตรธิดาหรือคนรัก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จงบอกกับตัวเองว่าไม่มีใครผิดต่อใคร! ไม่มีใครเป็นคนทิ้งใครไป! เพราะในขณะที่คุณคิดว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นฝ่ายผิด ฝั่งเขาก็คิดว่าคุณเป็นฝ่ายผิดด้วยเหมือนกัน มันก็แค่ใครเข้าใจใคร? ใครถนอมใครก็เท่านั้นเอง ไม่ว่าใครจะอยู่หรือใครจะไป โอบอุ้มให้อภัยได้ก็ต้องเลือกทำ เข้าใจฝ่ายตรงข้ามให้มากแม้ว่ามันยากที่จะเข้าใจ เพราะที่สุดแล้วใจของคุณเป็นของคุณ คนอื่นไม่อาจเข้าไปอยู่ในใจและทนทุกข์ไปพร้อมกับคุณได้

6. เงินทองเป็นสิ่งสำคัญในช่วงนี้ แต่อย่าหาจนไม่มีเวลาพักผ่อน พอมีพอใช้ก็ได้แล้ว มีสุภาษิตโบราณบทหนึ่งเขาว่าไว้ “เหลือเงินมิสู้เหลือคุณธรรม” หาเงินเก่งก็ต้องใช้เงินให้เป็น หามาแต่ไม่ยอมใช้ พอวันใดใกล้ลาจากโลกไปจะกลายเป็นหวงสมบัติ แบบนี้ลูกหลานหนีหายหมด ไม่มีใครอยู่ดูแลตอนแก่หรอก

7. ไม่มีใครไม่เคยกรำทุกข์ คุณหน้าดำคร่ำเครียดหาเลี้ยงครอบครัว คนอื่นก็หน้าดำคร่ำเครียดหาเลี้ยงครอบครัวเหมือนกัน คุณร้องไห้เมื่อพ่ายแพ้ เขาก็ร้องไห้ในวันที่ล้มเหลวเหมือนกัน คุณหัวเสียกับลูกน้อง เขาก็หัวเสียกับเจ้านายเหมือนกัน ดังนั้น อย่ามัวคิดว่าตัวเองทุกข์อยู่คนเดียว วันใดที่เจอทุกข์ จงรู้ไว้ว่า คนอื่นก็ทุกข์เหมือนๆกัน ความทุกข์ของเราไม่ได้ยิ่งใหญ่ที่สุดบนโลก

8. จำไว้นะคนดี บนใบหน้าที่สวยหล่อ เขาก็เคยร้องไห้และบูดบึ้งเหมือนกัน ต่อให้สนิทชิดเชื้อกันยังไง เขาก็เคยทรยศหักหลังกันมาแล้ว ต่อให้ตำแหน่งมันมีเกียรติและโดดเด่นมากเพียงใด เขาก็ผลัดกันรุ่งผลัดกันร่วงมานักต่อนัก สิ่งใดควรอยู่ย่อมอยู่ สิ่งใดควรได้ย่อมได้ สิ่งใดควรไปย่อมไป อย่าฝ่าฝืนว่ามันต้องคู่เราไปตลอด

9. คนที่อายุเลยเลข 50 ผ่านเรื่องราวมามาก ผ่านทุกข์ผ่านสุขมามาก ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ผ่านความขัดแย้งช่วงชิงมามาก ผ่านความผิดหวังสมหวังมามาก เมื่อยืนหยัดมาได้จนถึงวันนี้ ลองหันย้อนกับไปดูวันวาน หลายสิ่งน่าจดจำ หลายสิ่งน่าขบขัน และหลายสิ่งยังค้างคา
ทำใจได้ย่อมเกิดสติปัญญา
ยอมรับได้ย่อมเกิดวาสนา ปล่อยวางได้ย่อมสงบสุข

- เราว่าดี -

ปรัชญา & คำคม
🕊𝓙𝓾𝓻𝓻𝓮...🕊
7D
บี โอ วาย
ห้องคลอดทุกห้องต้องมีนาฬิกา อย่างน้อยหนึ่งเรือน

ถ้ามีโอกาสเข้าไปสังเกตการณ์การคลอด คุณจะเห็นพยาบาลคนหนึ่งคอยเหลียวมองนาฬิกาเรือนนั้นทันทีที่ทารกคลอดออกมา เธอจะขานเวลาบนหน้าปัดตัวเลขชั่วโมง-นาทีจะไปปรากฏบนสูติบัตร ในช่องว่างหลังคำว่าเวลาคลอด และวันที่บนปฏิทินวันนั้นก็จะไปปรากฏอยู่บนบัตรประจำตัวอีกหลายใบในฐานะวันเกิด

วันที่ชีวิตหนึ่งถือกำเนิดขึ้นมา

ขณะพยาบาลขานเวลา แพทย์จะใช้ลูกยางสีแดง ดูดน้ำคร่ำ-ที่อาจค้างอยู่-ออกจากปากและจมูกของทารก หลังแน่ใจว่าทารกหายใจเองได้ แพทย์จะใช้แคลมป์สองตัวหนีบสายสะดือไว้ รับกรรไกรที่พยาบาลยื่นส่งให้ จากนั้นจึงใช้มันตัดลงไประหว่างแคลมป์ทั้งสองตัว

ฉับ! เลือด 2-3 หยดกระเซ็นอาบคมกรรไกร

เลือดไม่กี่หยดนั้นเอง คือหลักฐานที่ช่วยยืนยันว่า

ชีวิตก่อนการเกิดของพวกเรา มีอยู่จริง

คนทั่วไปมักสับสนระหว่าง รก และสายสะดือ

ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น จนกระทั่งมาเป็นแพทย์ ผมจึงได้รู้ และได้เห็นว่า รกและสายสะดือนั้น มีรูปร่าง และหน้าที่ไม่เหมือนกันเลยสักนิด

รกเป็นก้อนกลมๆ นุ่มๆ แบนๆ ดูคล้ายแผ่นพิซซ่า

ขณะที่สายสะดือมีลักษณะเป็นเส้นยาวๆ คล้ายสปาเก็ตตี้

รกแปะอยู่ที่ด้านในผนังมดลูกของแม่ โดยมีสายสะดือ ทำหน้าที่เชื่อมต่อ ระหว่างรกและทารก ถ้ายังไม่เห็นภาพ ลองนึกถึงสารคดีวิทยาศาสตร์สักเรื่อง ที่นักบินอวกาศต้องลอยเคว้งคว้างอยู่ในสภาพไร้น้ำหนัก สภาพนั้นไม่ต่างกันนัก กับสภาพของทารกในครรภ์มารดา

ขณะทารกน้อยลอยคว้างท่ามกลางน้ำคร่ำในโพรงมดลูก

สายสะดือ คือสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวเขาไว้กับยาน "แม่"

ภายในสายสะดือคือ เส้นเลือดหลายเส้น ทารกจะได้รับสารอาหารจากแม่ผ่านเลือดที่ไหลเวียนในเส้นเลือดเหล่านี้ ขณะเดียวกันของเสียที่ทารกมี ก็จะถูกส่งผ่านเส้นเลือดเหล่านี้กลับไปยังแม่ของเขา และเข้าสู่ระบบกำจัดของเสียของแม่ต่อไป

อาจพูดได้ว่า ช่วงหนึ่งในชีวิต เราทุกคนเคยดื่ม กิน ขับถ่าย และหายใจผ่านร่างกายแม่ของเรา

คนทั่วไปอาจเรียกมันว่า สายสะดือ แต่สำหรับผมมันคือ "สายสัมพันธ์"

สายสะดือคือ สิ่งยืนยันว่าชีวิตได้เริ่มต้นขึ้นแล้วก่อนหน้าวันเกิดของเรา

เป็นชีวิตที่แตกต่างจากที่เราเคยเข้าใจ

เป็นชีวิตที่ประกอบด้วยสองหัวใจ กับหนึ่งสายสัมพันธ์

ในห้องคลอด ผมคือชายที่ถือกรรไกร

คุณอาจรู้สึกว่า ผมคิดมากเกินไป แต่คุณรู้อะไรมั้ย กรรไกรในมือของผมกำลังจะเปลี่ยนชีวิตที่ปลายทั้งสองของสายสะดือ

วินาทีที่ผมกดคมกรรไกร นั่นคือวินาทีแรกที่สองชีวิตต้องแยกจากกัน

หลังจากนั้น ทารกน้อยจะค่อยๆ เรียนรู้ที่จะหายใจด้วยปอดของเขาเอง เรียนรู้ที่จะกินได้เองด้วยปากของเขา ขับถ่ายได้เองด้วยระบบขับถ่ายของเขา เขาจะค่อยๆ เติบใหญ่ มีความคิด มีการรับรู้ และมีการสร้างความเข้าใจโลกของตัวเองขึ้นมา เขาจะเริ่มงอแงเมื่อบางอย่างไม่ได้อย่างใจ เขาจะเริ่มหงุดหงิด เมื่อคิดว่าไม่มีใครเข้าใจเขา

เขาจะเริ่มพูดว่า

แม่ไม่เคยเข้าใจผมหรอก

เขาจะเริ่มบอกว่า

แม่ไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหน

และวันหนึ่งเมื่อเติบโตจนถึงวัย เขาก็จะจากแม่ของเขาไป ด้วยเหตุผลที่ว่า

ผมอยากมีชีวิตของตัวเอง

มาคิดๆ ดู ทั้งหมดนี้อาจเริ่มมาจากวินาทีที่คมกรรไกร ถูกกดลงไปบนสายสะดือ จากกรรไกร สองชีวิตจึงจากกันไกล

เมื่อชีวิตหนึ่งสามารถดำรงชีวิตด้วยตนเองได้ สายสัมพันธ์ก็ไม่ใช่สายสำคัญอีกต่อไป มันกลายเป็นสายที่ไร้ประโยชน์ กลายเป็นสาย ที่ไร้ความหมาย กลายเป็นสายที่เกินไป

กลายเป็นสายเกินไป

สิ่งที่ผมทำไม่ใช่แค่การตัดสายสะดือ

คุณอาจรู้สึกว่าผมโทษตัวเองเกินไป แต่คุณรู้อะไรมั้ย
หมออย่างผมนี่แหละที่เป็นคนทำลายหลักฐานว่าแม่และทารกเคยเป็นหนึ่งชีวิตเดียวกัน แน่นอน ผมไม่ได้ตั้งใจให้เป็นอย่างนั้น แต่โลกภายนอกไม่ได้ต้องการสายสะดือเหมือนโลกในครรภ์ และด้วยเหตุนั้น แพทย์อย่างผมจึงมีหน้าที่ต้องกำจัดมันไป

โดยทั่วไปผมจะตัดสายสะดือให้เหลือตอสั้น ๆ ประมาณ 2 เซนติเมตรจากหน้าท้องของทารก ตอนี้จะค่อยๆ แห้งและหลุดไปไม่กี่วันหลังจากนั้น สายสะดือส่วนที่เหลือจะถูกส่งไปกำจัดพร้อมกับเศษเนื้อเยื่อและชิ้นเนื้ออื่น ๆ ของโรงพยาบาล นับจากวันนั้น เรื่องราวของชีวิตก่อนการเกิด ก็กลายเป็นเพียงอดีตที่สูญหาย เป็นเพียงตำนานที่ไม่มีใครรู้ว่าเคยมีอยู่จริง

สายสะดือก็เลยกลายเป็นเหมือนสายลับ

สายลับที่คอยลักลอบส่งอากาศและอาหาร

สายลับที่ทำงานโดยไม่เคยเรียกร้อง ต้องการอะไร

สายลับที่ไม่เคยมีใครเห็นหน้าค่าตา

เป็นสายเลือดที่น้อยคนนักจะตระหนักว่ามันเคยมีอยู่จริงๆ

การคิดว่า อยู่ๆ ชีวิตก็เกิดขึ้นมาในวันเกิด อาจทำให้คุณพลาดความหมายบางอย่างของชีวิต เพราะความจริงแล้ว ชีวิตที่ไม่เคยถูกนับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต อาจเป็นช่วงชีวิตที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคุณ

ไม่มีช่วงเวลานั้น ไหนเลยจะมีคุณมานั่งอ่านบทความนี้

ผมเขียนบทความนี้เพื่อไถ่โทษให้กับการกระทำของตัวเอง ผมคือชายถือกรรไกร ผมทำลายหลักฐานทุกอย่างของชีวิตก่อนการเกิด ของใครหลายคน แน่นอน ผมไม่มีหลักฐานเป็นชิ้นเป็นอันที่จะพิสูจน์สิ่งที่ผมเขียนมาทั้งหมดนี้ อย่างไรก็ดี ผมอยากให้คุณได้เห็นอะไรบางอย่าง ผมหวังว่ามันคงช่วยยืนยันสิ่งที่ผมเขียนมาได้บ้าง ขอเพียงคุณเปิดใจมากพอ

เลิกชายเสื้อขึ้นดูสิครับ สิ่งที่ผมพูดถึงคือสิ่งที่อยู่กลางท้องของคุณ

มองผ่านคราบขี้ไคลลงไป ลองใช้มือสัมผัสมันดูก็ได้

รู้สึกมั้ย นั่นแหละชีวิตก่อนการเกิดของคุณ

ฉับ!

สำหรับคนทั่วไปเสียงกรรไกรครั้งนั้น เปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ อย่าง แต่สำหรับใครคนหนึ่ง เสียงนั้นไม่ทำให้เกิดความแตกต่างอะไรเลย เพราะหลังจากสายสัมพันธ์เส้นนั้นถูกตัดไป ใครคนนั้นก็ยังคงทำหน้าที่ส่งอาหาร จัดการเรื่องการขับถ่าย แม้กระทั่งดูแลเรื่องการหายใจให้กับใครอีกคนอย่างที่เธอเคยทำ

เพียงแต่ครั้งนี้ เธอทำมันผ่านสายสัมพันธ์ทางใจ

และเท่าที่ผมเห็นมา สายสัมพันธ์นี้ กรรไกรคมแค่ไหนก็ไม่สามารถตัดมันให้ขาดจากกันได้เลย

ขอขอบคุณ

นพ. คุณากร วรวรรณธนะชัย

เจ้าของบทความ

ปรัชญา & คำคม
🕊𝓙𝓾𝓻𝓮𝓮...🕊
7D
บี โอ วาย
ข้อคิดดีๆ

ยามจิตใจว้าวุ้นไม่สงบ
จำคำสามคำไว้
- ช่างเถอะ แล้วไปเถอะ
- ไม่เป็นไร
- เดี๋ยวก็ผ่านไป

ไม่มีใคร ที่จะรัก ถนอม ดูแลคุณตลอดไป
ฉะนั้น ต้องหัดดูแลตนเอง
คำพูดนี้ ต้องเก็บใส่ใจไว้ตลอด
คอยย้ำเตือนตนเอง

คนเราไม่สมควรไม่ร่าเริง
ยิ่งไม่ควร..
ทรมานตัวเอง
บางคำพูด
ไม่ต้องใส่ใจมากนัก
เรื่องเจ็บปวดบางเรื่อง
ต้องใช้เวลาเพื่อลืมมัน
อย่านำความทรงจำในอดีต
มาทรมานตัวเองณ.ปัจจุบัน

ทุกคนต่างมีเส้นทางเดินของตนเอง
ยามหนาว เพิ่มเสื้อคลุม ให้แก่ตนเอง
ยามเจ็บ เพิ่มความเข้มแข็ง ให้แก่ตนเอง
ยามล้มเหลว เพิ่มเป้าหมาย ให้แก่ตนเอง
ยามหกล้ม ให้ลุกขึ้นจากความเจ็บปวด
ยิ้มด้วยความเบิกบาน ให้แก่ตนเอง
เดินหน้าต่อไปก็เพียงพอแล้ว

อย่าไปโกรธ~ตำหนิคนอื่นไม่ช่วยเหลือเรา อีกทั้ง..
อย่าไปโกรธ~ตำหนิคนอื่นไม่เป็นห่วงไม่ใส่ใจเรา เพราะว่า..
บนถนนหนทางของชีวิต ผู้ที่สามารถช่วยเหลือเราอย่างแท้จริง
มีเพียงตัวเราเอง ตลอดกาล

เพจ เราว่าดี
7D
บี โอ วาย
ถ้าอ่านจนจบจะได้แง่คิดดีๆในวันแม่
แม่ผู้มีดวงตาข้างเดียวตาบอดข้างหนึ่ง หาเช้ากินค่ำรับจ้างทั่วไป อดมื้อกินมื้อแม้ตัวเองจะไม่มีกข้าวจะกินแต่ลูกจะต้องมีข้าวกิน มีข้าวไปกินที่โรงเรียน ทุกปีโรงเรียนจะจัดงานวันแม่ให้นักเรียนพาแม่มาร่วมกิจกรรม แต่ลูกชายไม่เคยมาบอกแม่เลยว่าโรงเรียนเชิญไป ด้วยความที่กลัวอับอายเพื่อนว่ามีแม่ที่ตาบอดมีดวงตาที่อัปลักษณ์ แต่งตัวก็เก่าๆมอซอ จนกระทั่งวันแม่ในปีหนึ่งแม่นั้นเพิ่งรู้จากเพื่อนบ้านว่ามีกิจกรรมและให้แม่ทุกคนไปโรงเรียน แม่รวบรวมเงินที่มีอันน้อยนิดซื้อเนื้อหมูแอบทำกับข้าวอย่างดีทำหมูทอด ต้มจืดที่ลูกชอบใส่ปิ่นโตเพื่อหวังให้ลูกได้กินอาหารกลางวันที่อร่อยที่สุด แม่หิ้วปิ่นโตไปโรงเรียนไปแจ้งกับครู ครูจึงเรียกลูกชายบอกกับลูกชายว่าที่เธอบอกครูว่า บอกแม่แล้วแต่แม่ไม่อยากมา วันนี้แม่เธอมาแล้วนะ ดีใจมั้ย เด็กชายอับอายที่แม่มาแสดงตนต่อหน้าครูต่อหน้าเพื่อนๆลูกปัดปิ่นโตที่แม่ตั้งใจจัดเตรียมมาจนหกกระจาย แล้ววิ่งหนีกลับบ้าน แม่ก้มเก็บปิ่นโตพร้อมน้ำตาที่ไหลรินว่าตนเป็นสาเหตุให้ลูกอับอายแม่ไม่เคยคิดโทษลูก หลังจากนั้นลูกเรียนจบและสอบได้ทุนไปเรียนต่อที่กรุงเทพจนจบมหาวิทยาลัย ได้งานทำ มีบ้านมีครอบครัว มีลูก แต่ลูกบอกกับเมียกับลูกของเขาว่าเขานั้นไม่มีพ่อไม่มีแม่ นานๆลูกจะเขียนจดหมายหาแม่สักครั้ง ลูกมีครอบครัวมีภาระกับครอบครัวใหม่ หลงลืมแม่ทิ้งให้แม่อยู่บ้านเก่าๆหาเช้ากินค่ำเพียงลำพัง หารู้ไม่ว่าแม่นั้นเฝ้าคิดถึงลูกทุกวันทุกคืน แม่ทนคิดถึงลูกและอยากเห็นหน้าหลานจึงเข้าไปตามหาลูกตามที่อยู่ในซองจดหมาย แม่ทนพยายามเดินหาถามผู้คนไปเรื่อยด้วยความยากลำบาก เมื่อไปถึงหน้าบ้านได้เห็นภาพลูก หลานและเมียของลูกแม่ตื้นตันเป็นที่สุดที่เห็นลูกประสบความสำเร็จในชีวิต ลูกเห็นแม่ก็ตกใจไล่แม่กลับบ้านบอกว่าอย่ามาอีกหลานจะตกใจดวงตาที่บอดและอัปลักษณ์ของแม่ แม่ต้องยอมกลับบ้านด้วยดวงใจที่แตกสลายไม่มีโอกาสแม่แต่จะกอดหลาน แม่กลับบ้านและตรอมใจด้วยความคิดถึงลูกคิดถึงหลาน ข้าวปลากินไม่ได้ ร่างกายซูบผอมลงทุกวันๆ วันหนึ่งลูกชายกลับมาที่โรงเรียนเก่าเป็นงานเลี้ยงรุ่นศิษย์เก่าและตรงกับวันแม่พอดี หลังจากเลิกงานเลี้ยงก่อนกลับกรุงเทพลูกแวะไปหาแม่ เห็นสภาพบ้านที่เก่าทรุดโทรมลงอย่างมาก ลูกเดินไปจุดตะเกียง เหมือนที่เคยทำตอนเด็กๆภาพที่เห็นคือร่างอันซูบผอมจนมีแต่โครงกระดูกของแม่แต่เป็นร่างที่ไร้วิญญาณ แม่นอนตายอยู่กลางบ้าน น้ำตาของลูกไหลรินโดยไม่รู้ตัวเขากอดศพของแม่ ข้างศพแม่มีกระดาษแผ่นหนึ่งตกอยู่ ลูกหยิบมาอ่านในเนื้อความว่า "ลูกสุดที่รักของแม่ วันที่ลูกอ่านจดหมายนี้ แม่คงได้จากโลกนี้ไปแล้วร่างกายแม่จิตใจแม่ไม่อาจฝืนได้แล้ว แม่อยากบอกความจริงกับลูกความจริงที่แม่เก็บไว้มาตลอดว่า เมื่อตอนลูกเป็นเด็กเล็กลูกวิ่งซนและไปชนกิ่งไม้แหลมแทงเข้าดวงตาลูก หมอ บอกว่าลูกต้องตาบอดแม่ยอมให้ลูกตาบอดไม่ได้ แม่จึงยอมเสียดวงตาให้ลูก แม่ยอมตาบอดแทนลูก แม่ไม่ยอมบอกลูกเพราะกลัวลูกเสียใจและโทษตัวเองเพราะเป็นต้นเหตุให้แม่ตาบอด ลูกจ๋าา อย่าว่าแต่ดวงตาเลยแม้แต่ชีวิตแม่ก็ให้ลูกได้ แม่อยากให้ลูกรู้ว่าแม่รักลูกสุดหัวใจ รักลูก จากแม่"
8D
บี โอ วาย
ดากขาด
17D
บี โอ วาย
Win win
19D
18D
P u i เฮงๆคร่า 🎉🎉🎉🎉
บี โอ วาย
เพิ่งเคยขึ้นดาดฟ้าตึกตัวเอง
21D
21D
P u i วิวสวยดีค่ะ อยู่ร้านถ้าว่าง&แดดไม่แรงก็ขึ้นไปประจำ😍😍
21D
ปุ๊กกี้ หมีหนา.. แถว อมตะมั๊ย
21D
บี โอ วาย @P u i เคยอยู่แค่บนสุด ไม่เคยขึ้นมาครับ มาเปลี่ยนหลังคาเลยได้ขึ้นมาครับ
21D
บี โอ วาย @ฟังเพลงไปวันๆ มองไปจะเห็นตึกแฝดริมน้ำบางปะกง
21D
ปุ๊กกี้ หมีหนา.. ช่ายยย ตึกแฝดบางปะกง
บี โอ วาย
..ไม่มีใคร ..
“ เข้มแข็ง ” ได้..ตลอดเวลา
แม้กระทั่ง ...
.. เครื่องจักร
.. หรือ หุ่นยนต์
ก็ยัง..ต้อง “ พัก ” เลย
คนเรา..ก็มี, ความรู้สึก
.. มีขีดจำกัด, ของร่างกาย
.. มีข้อจำกัด, ในใจ
.. มีอารมณ์, ผันเปลี่ยน
ไปตาม, แต่ละ..เรื่องที่เจอ
จะให้, บอกไหว..ทุกเรื่อง
ก็คง..“ เป็นไม่ได้ ”..
ถึงแม้..ปากจะบอกว่า “ ไหว ”
แต่..“ ในใจ ” ไม่ไหว..หรอก
..เหนื่อย ก็คือ.. เหนื่อย
..ท้อ ก็คือ.. ท้อ
..เบื่อ ก็คือ.. เบื่อ
..ไม่ไหว ก็คือ.. ไม่ไหว
.. การยอมรับ, ให้ได้
ว่า..ตัวเอง “ รู้สึกยังไง ”
มันเป็น..พื้นฐานง่ายๆ
.. ของการ, ใช้ชีวิต
เพียงแต่ว่า .....
เราต้อง, จัดการให้มัน “ พอดี ”
แล้วใช้ชีวิต..ต่อไปให้ได้, ก็พอ
อย่ากดดัน..ตัวเอง
..จนเกินไป, นะทุกคน 😊✌
................................................................
บทความดีๆจาก : กาลครั้งหนึ่ง

ฝันดีครับ
23D
บี โอ วาย
ปลูกอะไรได้อย่างนั้น

ปลูกต้นรัก ทำไมได้ต้นงิ้ว
25D
25D
นางสาวต้อยติ่ง 5555+ ปลูกผิดที่
25D
บี โอ วาย
ใครไม่ชอบ ผมชอบครับ



ปล.เธอมีแฟนแล้ว 😂😂😂
ปล.ได้แค่มอง
26D
LIKE: enough, P u i
26D
นางสาวต้อยติ่ง นั่งชิวขนาดนี้เลยหรอ555+
26D
บี โอ วาย อยากจะกระโจนไปหา 😂😂😂
26D
บี โอ วาย ไปซะแล้ว ให้คนมารับ นึกว่าจะรับอีกคนไป สด. 😂😂😂
บี โอ วาย
นั่งรอได้ทั้งวันเจอสาวสวยแบบนี้

#รอเปลี่ยนกระจก
26D
LIKE: P u i
บี โอ วาย
อย่าปิดแผ่นฟ้าด้วย ✋🏼

https://youtu.be/8DxG970dS_Q
1M