พันธุ์เมืองมีน🧮 1) “คณิตศาสตร์ ป.4 แฉความลับระดับชาติ” คืออะไร?
ดราม่าเริ่มจากคนสังเกตว่า
ตัวเลขใน Barcode/QR บนบัตรเลือกตั้ง **ไม่ได้สุ่มมั่ว ๆ**
แต่ดูเหมือนคำนวณย้อนกลับได้ด้วยสูตรง่าย ๆ
แนวคิดที่ถูกแชร์คือ:
* บัตร 1 เล่ม มี 20 ใบ
* ถ้าเอา “เลขเล่ม × 20” จะได้ช่วงเลขของบัตรในเล่มนั้น
* เอาเลขบาร์โค้ดไป “หาร 20” จะเดาได้ว่าอยู่เล่มไหน ใบที่เท่าไหร่
สรุปตามข้อกล่าวหา:
> Barcode อาจเป็น “เลขรันนิ่งเฉพาะใบ” (Unique Running Number)
> ไม่ใช่แค่เลขล็อตการผลิตธรรมดา
นี่คือจุดที่ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถาม
---
😑 2) ทำไมคนถึงบอกว่า “มักง่าย”?
ในโลกความปลอดภัยข้อมูล (Cybersecurity)
ถ้าไม่อยากให้ใครแกะรอยได้ง่าย ๆ ปกติจะใช้:
* ตัวเลขสุ่ม (Randomization)
* การเข้ารหัส (Encryption)
* กุญแจลับ (Key)
แต่ถ้าใช้เลขรันตรง ๆ แบบ 1, 2, 3, 4…
ใครมีเครื่องคิดเลขก็แกะได้
ข้อกังวลจึงคือ:
> ถ้าจะทำระบบติดตามจริง ทำไมไม่เข้ารหัสให้ปลอดภัยกว่านี้?
---
😨 3) ฝันร้ายที่คนกลัวที่สุดคืออะไร?
ประเด็นใหญ่ไม่ใช่เรื่องสูตรคูณ
แต่คือ “ความลับของการลงคะแนน”
คนกังวลว่า ถ้า:
1. บัตรเก็บไว้เป็นปี
2. บาร์โค้ดโยงกลับไปหาเล่มได้
3. เล่มโยงกับหน่วยเลือกตั้งได้
4. หน่วยโยงกับรายชื่อผู้มาใช้สิทธิได้
มัน “อาจ” เปิดช่องให้ตรวจย้อนหลังว่าใครเลือกอะไร
แม้จะต้องอาศัยการทุจริตหลายขั้นตอน
แต่แค่ “ความเป็นไปได้” ก็ทำให้คนหวาดกลัว
เพราะหลักประชาธิปไตยสำคัญคือ
> การลงคะแนนต้องเป็นความลับ 100%
---
🧠 4) ทำไมถึงโยงไปถึง “The Great Hack Thailand”?
บางคนเปรียบเทียบกับกรณี Cambridge Analytica
ที่เอาข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้ไปทำโฆษณาการเมืองเจาะรายบุคคล
ความกลัวในไทยคือ:
ถ้ารู้ว่า “ใครเลือกพรรคไหนจริง ๆ”
แล้วเอาไปทำฐานข้อมูล Big Data
ก็สามารถทำ:
* โฆษณาการเมืองเจาะจง
* ข่าวปลอมเฉพาะกลุ่ม
* ปั่นกระแสเฉพาะเป้าหมาย
แม้ยังไม่มีหลักฐานว่าเกิดขึ้น
แต่คนกังวลในเชิง “ศักยภาพความเสี่ยง”
---
🤔 5) ประเด็นถกเถียงจริง ๆ คืออะไร?
มันมี 3 คำถามหลัก:
1. Barcode นี้เก็บข้อมูลอะไรแน่?
2. มันสามารถโยงถึงตัวบุคคลได้จริงไหม?
3. ระบบออกแบบโดยไม่คิดเรื่อง Privacy หรือมีเหตุผลทางเทคนิคอื่น?
บางฝ่ายบอกว่า:
* ใช้เพื่อควบคุมสต็อก/กันบัตรปลอม
อีกฝ่ายถามว่า:
* ถ้าแค่เรื่องสต็อก ทำไมต้องทำเป็นเลขเฉพาะทุกใบ?
* ทำไมไม่ใช้ระบบที่เข้ารหัสมากกว่านี้?
---
⚖️ 6) สิ่งที่ควรทำ (ในมุมหลักธรรมาภิบาล)
เพื่อคลายความสงสัยและรักษาความเชื่อมั่น ควรมี:
* 🔎 เปิดเผยโครงสร้างเทคนิคอย่างโปร่งใส
* 🧾 ให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระตรวจสอบระบบ
* 🔐 ชี้แจงชัดเจนว่าบัตร “ไม่สามารถ” ย้อนหาเจ้าของได้
* 📢 สื่อสารเชิงเทคนิคแบบเข้าใจง่าย
ในเรื่องเลือกตั้ง
“ความเชื่อมั่น” สำคัญพอ ๆ กับ “ความถูกต้อง”
---
🎯 สรุปแบบสั้นที่สุด
ดราม่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องสูตรคูณ
แต่คือความกลัวว่า:
> ระบบบัตรเลือกตั้งอาจถูกออกแบบในลักษณะที่ทำให้ความลับของผู้ลงคะแนนสั่นคลอน
ถึงตอนนี้ สิ่งที่คนต้องการที่สุดไม่ใช่การเถียงกัน
แต่คือความโปร่งใส + คำอธิบายทางเทคนิคที่พิสูจน์ได้
เพราะถ้าความลับของการลงคะแนนถูกตั้งคำถาม
ความเชื่อมั่นในทั้งระบบก็จะสั่นตามไปด้วย

8D